Introduce Our Blog

posted on 06 Jul 2011 20:12 by oillykaman
Blog นี้เกิดจากความตั้งใจของเราและเพื่อนๆ โดยชื่อกลุ่มของพวกเราคือ รักล้นใจ
พวกเรากำลังเรียนอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (tni)
เพื่อจะจัดการองค์ความรู้ต่างๆที่พวกเรามี เผยแพร่สู่คนอื่นๆที่สนใจ และเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่ tniด้วย
โดยจะเน้นการใช้งานโปรแกรมต่างๆ เพื่อสร้างชิ้นงานขึ้นมา ส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับความรู้และการใช้งานโปรแกรมที่เราต้องใช้ในการเรียนที่tni ค่ะ

ก็ขอแนะนำตัวกันก่อนว่าในกลุ่มที่ร่วมกันสร้างบล๊อกนี้ขึ้นมามีใครบ้างนะคะ
-มี ทิพย์ ออย เพชร ปุ๊ก หลี มิ้นท์ วิว

ทิพย์ มิ้นท์ จะถนัดในเรื่องของการสร้างเว็บไซต์
ออย กับ ปุ๊ก จะถนัดในเรื่องของการเขียนโปรแกรม,ดาต้าเบส
วิว จะถนัดในเรื่องของการทำกราฟิก
หลี กับ เพชร จะถนัดในเรื่องของภาษาอังกฤษ

ถ้ายังไงก็พวกเราก็ขอฝากเนื้อฝากตัวไว้กับบลีอกแห่งนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ASP.NET เบื้องต้น

posted on 06 Jul 2011 19:30 by oillykaman  in ASP-NET

ตั้งแต่ขึ้นปี3 ก็เริ่มได้ยินชื่อเสียงของASP.NETมากขึ้น เวลาที่จะทำโปรเจค ก็มักจะเห็นตำราหนังสือที่เกี่ยวกับASP.NETเยอะแยะเต็มไปหมด ทำให้อดใจไม่ไหวที่จะหยิบมันขึ้นมาศึกษาเมื่อศึกษาแล้วก็เลยขอแชร์ความรู้ไปในตัวค่ะ ^^

ASP.NET ถูกจาก Microsoft ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์โดยอยู่ภายใต้แนวคิด .NET ซึ่ง .NET เป็นแนวคิดหนึ่งที่ Microsoft จะพยามเชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็คทรอนิค ทุกอย่างบนโลกมาเชื่อมโยงกันเหมือนตาข่ายที่อยู่ในระบบ .NET Framework เช่น อุปกรณ์พวก ปาล์มหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดย .NET Framework นั้นมี ส่วนประกอบ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้นใหญ่ๆคือ
1. Programming Language : เป็นรูปแบบของ ภาษา ที่ ออกแบบ มาเพื่อให้สามารถทำงานในสภาวะที่เป็น .NET ได้โดยที่ทาง Microsoft ได้เปิดตัว ภาษาหลัก ๆที่จะใช้ใน การพัฒนา บน .NET นี้ 3ภาษา

C# เป็น ภาษา ใหม่ที่ Microsoft พัฒนา มาจาก C++ กับ JAVA เป็นหลัก
VB.NET เป็น ภาษา ที่ พัฒนา มาจาก Visual Basic ในเวอร์ชั่น 6.0
JScript.net เป็น ภาษา ที่ พัฒนา มาจาก JScript ซึ่งเป็น JavaScript ใน เวอร์ชั่น ของ Microsoft

2. Base Classes Library : Library นั้นเปรียบเสมือน ชุดคำสั่งสำเร็จรูป ย่อยๆที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ชุดคำสั่ง ที่ต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้น เครื่องอำนวยความสะดวก ใน การเขียนโปรแกรม ซึ่ง Library ใน ภาษา ต่างๆส่วนใหญ่จะอยู่ใน รูปแบบไฟล์ incould แต่ถ้าเป็น ASP สิ่งที่เป็น library ก็คือ componet ต่างๆนั่นเอง ซึ่งภายในระบบ .NET จะสร้างสิ่งที่เรียกว่าเป็น Library พื้นฐานขึ้น ทำให้ไม่ว่าจะใช้ ภาษา ใดในการพัฒนา โปรแกรม ก็สามารถที่จะเรียกใช้ Library ที่เป็นตัวเดียวกันได้หมด

3. Common Language Runtime (CLR) : นับเป็น สิ่งสำคัญ แทบจะที่สุดของระบบ .NET นี้ก็ว่าได้ เพราะ CLR ที่ว่านี้มีหน้าที่ทำให้ โปรแกรม ที่เขียนขึ้นมาด้วย ภาษา ต่างๆกัน กลายเป็น ภาษา รูปแบบ มาตรฐาน เดียวกัน ทั้งหมด เราเรียก ภาษา ที่ว่านี้ว่า Intermediate language (IL) ซึ่งเมื่อต้องการที่จะรัน โปรแกรม ใด CLR ที่ว่านี้จะ ตรวจสอบ เครื่องที่รันว่ามี สภาวะแวดล้อม การทำงาน เช่นใดหลังจากนั้นก็จะ คอมไพล์ เป็น โปรแกรม ที่เหมาะสมต่อ การทำงาน ของเครื่องนั้น ทำให้เราสามารถใช้งาน โปรแกรม ต่างๆได้อย่างมี ประสิทธฺภาพสูงสุด ในแต่ละเครื่อง

ซึ่งในการเขียน asp.net นั้นก็มีการเขียนได้ 2 แบบ คือ แบบ inline-Code คือแบบที่ การเขียนชุดคำสั่งและส่วนแสดงผลอยู่ในไฟล์เดียวกัน ส่วนอีกแบบก็คือแบบ Code-Behind เป็นการเขียนโค้ดเก็บไว้ในนามสกุล *.vb ส่วนแสดงผลจะอยู่ในไฟล์ *.aspx

edit @ 6 Jul 2011 20:04:20 by รักล้นใจ

edit @ 6 Jul 2011 20:33:40 by รักล้นใจ

ฐานข้อมูลภาษาSQLเบื้องต้น

posted on 06 Jul 2011 19:20 by oillykaman  in SQL

 ช่วงนี้ก็ใกล้จะสอบกลางภาคแล้ว ก็เลยอยากทำรวบรวมเนื้อหาในรายวิชาดาต้าเบสตั้งแต่ต้นเพื่อให้เพื่อนๆ หรือคนที่สนใจได้อ่านกัน โดยวิชาดาต้าเบสที่เราได้เรียนจะใช้Oracle ในการทำฐานข้อมูลนะคะ ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาSQL เพื่อที่จะได้ใช้งาน จัดการฐานข้อมูลได้ มารู้จักกับภาษาSQLกันเถอะค่ะ

Structured  Query Language ; SQL
        SQL จัดเป็นภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์  ซึ่งเป็นภาษาที่สามารถใช้งานได้ในคอมพิวเตอร์หลายระดับด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นระดับเมนเฟรมคอมพิวเตอร์จนถึงไมโครคอมพิวเตอร์  ชุดคำสั่ง หรือ ภาษา SQL นั้นถูกพัฒนาจากแนวความคิดทางคณิตศาสตร์ คือ Relational Algebra  และ    Relation Calculus  ตามแนวคิดของเทคโนโลยีฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์  ที่ E.F. Codd เป็นผู้คิดค้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1970 และต่อมาบริษัท IBM จึงเริ่มทำการวิจัยพัฒนาเมื่อ ปี ค.ศ. 1974 โดยใช้ชื่อว่า “SEQUEL”  (Structured English  Query  Language) จากนั้นจึงมีการปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อมาเป็น SQL  
       หลังจากปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา ระบบฐานข้อมูล   ORACLE ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท ORACLE  Corporation และถือเป็นก้าวแรกในเชิงพาณิชย์สำหรับการพัฒนาระบบการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (RDBMS) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ SQL และต่อมาก็มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ พัฒนาตามมา เช่น INGRESS
      เมื่อมีผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตต่างๆ มากขึ้น จึงทำให้เกิด SQL หลายๆรูปแบบจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดังนั้นในราวปี ค.ศ. 1982 ทาง ANSI     จึงได้คิดค้นและร่างมาตรฐานของชุดคำสั่ง SQL เพื่อให้ผู้ผลิตรายต่างๆ สร้างชุดคำสั่งดังกล่าวให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน  แต่ในปัจจุบันแต่ละผลิตภัณฑ์ต่างก็มีการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและถือเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์  แต่ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วชุดคำสั่งดังกล่าวยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ทาง ANSI บัญญัติไว้ โดยในปัจจุบันมีระบบการจัดการฐานข้อมูลต่างๆ อาทิเช่น ORACLE , DB2 , SYBASE , Informix , MS-SQL , MS-Access ตลอดจน MS-FoxPro เป็นต้น   ซึ่งการใช้งานภาษา SQL ในปัจจุบันมี 2 ลักษณะ คือ แบบโต้ตอบ (Interactive SQL) และ แบบฝังตัวในโปรแกรม (Embedded  SQL)
วัตถุประสงค์ของ SQL
1. สร้างฐานข้อมูลและโครงสร้างรีเลชั่น
2. สนับสนุนงานด้านการจัดการฐานข้อมูลพื้นฐาน เช่น การเพิ่ม การปรับปรุง การลบข้อมูลจากรีเลชั่น
3. สนับสนุนการค้นหา สืบถาม หรือคิวรี่ข้อมูลและการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปสารสนเทศ
ประเภทของคำสั่งภาษา SQL
1. ภาษานิยามข้อมูล (Data Definition Language : DDL)   เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูล การกำหนดโครงสร้างข้อมูลว่ามีคอลัมน์หรือแอตตริบิวต์ใด     ชนิดข้อมูลเป็นประเภทใด รวมทั้งการจัดการด้านการเพิ่ม แก้ไข ลบ แอตตริบิวต์ต่างๆในรีเลชั่น และการสร้างดัชนี
2. ภาษาการจัดการข้อมูล (Data Manipulation Language : DML) เป็นกลุ่มคำสั่งที่ถือเป็นแกนสำคัญของภาษา SQL  โดยกลุ่มคำสั่งเหล่านี้จะใช้ในการ  Update   เพิ่ม   ปรับปรุงและการ    Query   ข้อมูลในฐานข้อมูล ซึ่งอาจเป็นชุดคำสั่งในลักษณะ Interactive SQL  หรือ  Embedded SQL ก็ได้
3. ภาษาควบคุมข้อมูล (Data Control Language : DCL)     ซึ่งเป็นกลุ่มคำสั่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารฐานข้อมูล    (DBA) สามารถควบคุมฐานข้อมูลเพื่อกำหนดสิทธิการอนุญาต  (Grant)   หรือการยกเลิกการเข้าใช้ (Revoke)  ฐานข้อมูล ซึ่งเป็นกระบวนการป้องกันความปลอดภัยในฐานข้อมูล  รวมทั้งการจัดการทรานแซกชั่น (Transaction Management)
แต่ละ DBMS จะมีการกำหนดชนิดข้อมูลซึ่งประกอบไปด้วยตัวแปรต่างๆ เช่น numeric , string , date , time เป็นต้น

 
ตารางแสดงชนิดของข้อมูลของ ORACLE7
ภาษานิยามข้อมูล (Data Definition Language : DDL)
        CREATE  คำสั่งที่ใช้ในการสร้าง  เช่น CREATE TABLE สร้างตาราง ,  CREATE VIEW สร้างวิว
        DROP       คำสั่งที่ใช้ในการลบ เช่น DROP TABLE ลบตาราง  , DROP  VIEW ลบวิว
        ALTER     คำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตาราง
ภาษาการจัดการข้อมูล (Data Manipulation Language : DML)
        SELECT    คำสั่งที่ใช้ในการคิวรีข้อมูลในฐานข้อมูล
        INSERT     คำสั่งที่ใช้เพิ่มข้อมูลในตาราง
        UPDATE   คำสั่งที่ใช้ปรับปรุงข้อมูล (Update) ในตาราง
        DELETE   คำสั่งที่ใช้ลบข้อมูลออกจากตาราง
Select  Statement
    คำสั่ง Select เป็นคำสั่งที่ใช้เรียกดูข้อมูลจากตารางข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้ โดยสามารถใช้ร่วมกับ Function ทางคณิตศาสตร์   หรือเงื่อนไขประกอบต่างๆ ใน SQL  Command  ได้    อีกทั้งยังสามารถเรียกดูข้อมูลจากหลายๆตารางพร้อมกัน  ซึ่งประโยค SELECT จะมีรูปแบบการใช้งานดังนี้
Column_expression  เป็นการแทนค่าชื่อคอลัมน์ หรือ expression , table_name คือชื่อของตารางที่ต้องการเข้าถึงเพื่อวิวข้อมูล และ alias  คือชื่อย่อของตารางที่ใช้แทน table_name โดยลำดับของการประมวลผลชุดคำสั่ง SELECT มีดังนี้
? FROM             กำหนดตารางที่ต้องการใช้งาน
? WHERE          สร้างเงื่อนไขเพื่อการกรอง (filter) แถวที่ต้องการ
? GROUP BY    จัดกลุ่ม แถว ที่มีค่าคอลัมน์เดียวกัน
? HAVING        กรองกลุ่มเนื้อหาในบางเงื่อนไขจาก  GROUP BY
? ORDER BY      กำหนดให้เรียงผลลัพธ์  โดยที่  ASC       คือการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก (Default)  และ DESC    คือการเรียงลำดับจากมากไปน้อย
 

edit @ 6 Jul 2011 20:00:00 by รักล้นใจ